อีเมล์

[email protected]

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ร้อยไหมหน้าเรียว

ร้อยไหมหน้าเรียวรีวิว เป็นการยกกระชับ แล้วก็ฟื้นฟูสภาพผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำการร้อยไหมเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องพักฟื้น และในตอนนี้การร้อยไหมได้รับการยอมรับจากคนจำนวนมาก เพราะว่าการร้อยไหมช่วยทำให้หน้าเต่งตึง เรียวดูเป็นธรรมชาติ และไม่มีรอยแผลให้เห็น จึงทำให้การร้อยไหมเป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้น และการร้อยไหมนั้นสามารถทำได้ทุกคน ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็สามารถร้อยไหมหน้าเรียวได้

ไหมที่นิยมนำมาร้อยเป็นไหมชนิดใด

ไหมที่นิยมนำมาใช้ในการร้อยไหมนั้นเป็นไหมที่ทำจาก โพลีไดอ๊อกซาโนน (polydioxanone หรือ PDO) เป็นไหมที่ใช้ในการเย็บเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นไหมที่ใครๆก็สามารถใช้ได้ เนื่องจากว่ามีโอกาสแพ้น้อยและไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ทั้งในและต่างประเทศ เส้นไหมจะถูกดูดซับโดยผิวหนังหลังจากการร้อยไหมผ่านไปหลายๆเดือน ในเวลาเดียวกันเส้นไหมจะสามารถเสื่อมสภาพได้เองภายใน 8 เดือน และจะให้ประสิทธิผลต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2 ปี

ผู้ที่เข้ารับการร้อยไหมต้องมีอายุเท่าไหร่

การร้อยไหมเหมาะกับคนที่มีอายุระหว่าง 39-50 ปีขึ้นไป เนื่องจากบุคคลเหล่านี้จะมีผิวที่หย่อนคล้อยและก็มีการยุบตัวของผิว บางคนการร้อยไหมอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากจะต้องใช้วิธีอย่างอื่นร่วมด้วย สำหรับคนที่มีอายุน้อยยังไม่พบการหย่อนคล้อยจะได้ผลในแง่ของการปรับรูปหน้ามากกว่า โดยเฉพาะผู้ที่อายุต่ำกว่า 25 ปีลงไปไม่ควรที่จะทำเพราะว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เนื่องจากร่างกายของคนอายุประมาณนี้ไม่ได้มีอะไรหย่อนคล้อยเหมือนคนที่มีอายุ 30 ขึ้นไป ดังนั้นคนอายุน้อยกว่า 30 ปีไม่แนะนำให้ทำการร้อยไหมค่ะ

ไหมที่นำมาร้อยไหมหน้าเรียวมีกี่ชนิด

ชนิดของเส้นไหมที่นิยมนำมาร้อยไหมสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดดังนี้

  1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads)

เป็นเส้นไหมที่ไม่มีเงี่ยงหรือปุ่ม และเส้นไหมประเภทนี้จะนิยมนำมาร้อยบริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตา เพราะสามารถทำให้บริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตาเต่งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไหมประเภทนี้จะไม่ช่วยในเรื่องของการยกชั้นผิวหนัง

  1. เส้นไหมเกลียว (Screw threads)

เป็นเส้นไหมสองเส้นเกลียวเข้าหากัน เส้นไหมประเภทนี้จะเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน แต่เส้นไหมประเภทนี้ก็มีประโยชน์ในการเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบตัว และที่สำคัญเส้นไหมชนิดเกลียวนี้จะมีความแข็งแรงกว่าเส้นไหมเรียบ

  1. เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads)

เส้นไหมที่มีเงี่ยง เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวเส้นไหม เส้นไหมประเภทนี้สามารถช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวที่หย่อนยานได้เป็นอย่างดี เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้

หลักการและขั้นตอนการร้อยไหม

หลักการและขั้นตอนของการร้อยไหม ขั้นตอนแรกแพทย์จะทำการฉีดยาชาในตำแหน่งที่ต้องการร้อยไหม หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว แพทย์จะนำเส้นไหมที่อยู่ปลายเข้าไปยึดเนื้อเยื่อผิวและจะร้อยไหมแบบเรียงเส้นไหม ตามโครงหน้าของคนไข้ และการร้อยไหมจะใช้เวลาในการทำเพียง 20-40 นาทีเท่านั้น ขณะทำจะมีความรูสึกเจ็บเล็กน้อย และหลังทำอาจจะพบรอยช้ำตามแนวเส้นไหม แต่อาการเหล่านั้นจะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นภายใน 1 อาทิตย์ และจะเห็นผลชัดเจนประมาณ 2 เดือน และสามารถอยู่ได้นาน 2 ปี และหลังจาก 2 ปีแล้วจะต้องกลับมาร้อยไหมอีกครั้ง เพราะการร้อยไหมละลายไม่ได้เย็บติดด้านในผิวหนัง เหมือนกับการผ่าตัดดึงหน้า

หลังจากร้อยไหมมาแล้วจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

หลังจากการร้อยไหมมาแล้วไม่ควรทำเลเซอร์หรือหัตการใด ๆ ทั้งสิ้นเป็นเวลา 2 อาทิตย์ และไม่ควรสัมผัสหน้าแรง ๆ ในบริเวณที่ทำการร้อยไหมประมาณ 2 เดือน และนอกจากนี้เป็นบางบุคคลอาจจะมีการเกิดผิวหนังบวมแดง หรือ ตุ่มแดงตามแนวที่ร้อยไหมได้เนื่องจากเกิดการแพ้ไหมละลาย มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออันมาจากการใช้เข็มสอดเส้นไหมจำนวนมากเข้าไปที่ผิวหนัง เช่นเดียวกับการฉีดโบท๊อกซ์และฟิลเลอร์ และอาจทำให้เกิดรอยบุ๋มของผิวหนัง หรือ ผิวหนังทั้งสองข้างยกกระชับไม่เท่ากัน อีกทั้งคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดยไหมลละลาย อาจเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในแผลเป็นลักษณะคล้ายพังผืด

การร้อยไหมหน้าเรียว เป็นการยกกระชับผิวและปรับผิวหน้าเรียวได้รูปอย่างสวยงาม และเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเหมาะมากสำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพราะคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปจะมีผิวที่หย่อนยาน และการร้อยไหมจะได้ผลมากที่สุดด้วย

บทความแนะนำ