อีเมล์

[email protected]

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

เลเซอร์แผลเป็น

แผลเป็นหากเกิดขึ้นกับสาว ๆ ในบริเวณที่ไม่ต้องการให้เกิดเช่นบริเวณใบหน้าก็อาจจะทำให้สาว ๆ ขาดความมั่นใจ โดยแผลเป็นมักเกิดจากผิวหนังที่ห่อหุ้มปกป้องร่างกายไว้ และเมื่อเกิดการฉีกขาดเข้าไปในชั้นผิวหนัง หรือไหม้จากความร้อน สารเคมี ก็ทำให้เกิดแผลเป็นได้ ลักษณะของแผลเป็นอาจจะมีความหนา ชมพู แดง จาง หรือคล้ำกว่าผิวปกติ มันเงา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีแผล ความลึก ความกว้าง การดูแลแผล อายุ พันธุกรรม และลักษณะผิวพรรณของแต่ละบุคคล และเมื่อเกิดขึ้นแล้วสาว ๆ ก็คงอยากหาวิธีรักษา โดยปัจจุบันนี้ตามคลินิกเสริมความงามจะมีบริการเลเซอร์แผลเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาว ๆ ได้กลับมาอีกครั้ง

การทำเลเซอร์แผลเป็นมีกี่แบบ

การทำเลเซอร์ วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทายามาก เหมาะกับแผลเป็นที่เกิดในบริเวณเด่นชัด ซึ่งการทำเลเซอร์ มีได้สองแบบ คือ

  • Pulsed Dye Laser ยิงไปบนแผลเป็นที่มีรอยแดงอยู่ เช่นแผลสิว แดง ๆ หรือแผลที่นูนแบบ keloid ก็ได้ หลังยิงจะไม่มีแผล เลเซอร์จะลงไปที่หลอดเลือดฝอยบริเวณแผลและทำให้แผลแดงน้อยลง แบนลง รอยจางลง ก็ต้องยิงหลายครั้ง ยิ่งมากครั้ง ก็ยิ่งดีขึ้น
  • Fractional Laser ปัจจุบันมีเครื่องหลายยี่ห้อให้เลือก วิธีนี้จะเจ็บตอนทำ ต้องทาครีมยาชาก่อนทำหลักการคือเลเซอร์จะส่งพลังงานลึกลงไปในผิว เป็นหย่อมเล็กมาก ๆ เป็นการกระตุ้นเนื้อเยื่อรอบ ๆ ให้จัดเรียงตัวใหม่ (collagen remodeling) ผลก็คือแผลเป็นที่เป็นหลุมบ่อ หลุมสิว เรียบเนียนขึ้น ผิวหน้าส่วนอื่นก็จะมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้นด้วย กรณีที่ทำบนแผลเป็นนูน เช่น คีลอยด์ หรือแผลผ่าตัดที่นูนใหญ่ ก็จะแบนลง เนื้อแผลจะอ่อนนุ่มใกล้เคียงเนื้อปกติมากขึ้น ก็ต้องทำหลายครั้งเช่นกัน อย่างไรก็ตามทำครั้งเดียวก็เริ่มเห็นผลแล้ว แต่ถ้าทำต่อเนื่องกัน 4-5 ครั้ง ก็จะทำให้เห็นผลดียิ่งขึ้นไปอีก

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำเลเซอร์

หากต้องการทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า ไม่ควรแต่งหน้าหรือทาครีมบำรุงและครีมกันแดดเพราะอาจทำให้แพทย์เห็นจุดหรือตำแหน่งที่จะทำการเลเซอร์ไม่ชัดเจนและอาจเสียเวลาในการล้างเครื่องสำอางเช่นเดียวกับบริเวณแขนและขาไม่ควรทาครีมในตำแหน่งที่ต้องการเลเซอร์ สำหรับคนที่ไว้ผมยาวควรเก็บรวบผมให้เรียบร้อย หากต้องการเลเซอร์บริเวณลำตัวควรสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ และสามารถเปิดขึ้นได้ง่าย เช่นเสื้อแขนสั้นหรือกางเกงขาสั้น เพื่อความสะดวกในการทำงานของแพทย์

ขณะกำลังทำเลเซอร์ควรหลับตา และอยู่นิ่งที่สุดเพื่อให้แสงเลเซอร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการและแม่นยำที่สุด หากรู้สึกเจ็บขณะทำการเลเซอร์หรือต้องการขยับตัวควรจะแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยการยกมือให้เป็นสัญญาณ ไม่ควรการเบี่ยงหน้าหนีหรือการขยับตัวระหว่างการทำเลเซอร์เพราะอาจทำให้เลเซอร์ผิดเป้าหมายได้ นอกจากนี้ขณะทำเลเซอร์แพทย์จะให้ส่วนแว่นตาทึบแสงเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์หรือแสงที่จะสะท้อนเข้าตา แต่ขณะทำเลเซอร์อาจจะยังเห็นแสงวูบวาบแต่แสงนั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อตาของท่าน

วิธีดูแลผิวหลังทำเลเซอร์

เมื่อทำเลเซอร์ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว ควรดูแลผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้บริเวณที่ทำเลเซอร์หายดีและเห็นผลอย่างชัดเจน โดยวิธีดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ทำได้ ดังนี้

  • เมื่อครบ 24 ชั่วโมงหลังเข้ารับการทำเลเซอร์แล้ว ควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ถูกยิงเลเซอร์วันละ 4-5 ครั้ง และหมั่นทาขี้ผึ้งเพื่อไม่ให้เกิดสะเก็ดแผล
  • แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการบวมรอบดวงตา
  • เมื่อถึงเวลานอน อาจนำหมอนมารองหนุนให้สูงเพื่อช่วยลดอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังจากทำเลเซอร์ผิวหนัง
  • โดยทั่วไปแล้ว จะใช้เวลา 10-21 วัน ผิวหนังที่ถูกยิงเลเซอร์จึงจะหายดี ผู้ป่วยสามารถแต่งหน้าได้ โดยใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free Makeup) เพื่อปกปิดรอยแดง
  • ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดดหรือค่าเอสพีเอฟ (Sun Protection Factor, SPF) 30 ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวที่บางลงหลังทำเลเซอร์
  • เลี่ยงออกแดดหรือโดนแดดแรง รวมทั้งสวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือสวมหมวกเมื่อต้องออกกลางแจ้ง
  • ควรบำรุงเซลล์ผิวใหม่ให้ชุ่มชื้น ส่วนผู้ที่ใช้ยาทารักษาสิวอุดตันหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิค ต้องหยุดใช้แล้วจึงกลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังผ่านไป 6 สัปดาห์หรือตามแพทย์สั่ง

ข้อดีของการแก้ปัญหารอยแผลเป็นโดยใช้เครื่องเลเซอร์

  • การทำเลเซอร์แผลเป็นนั้นเป็นบริการที่ผู้เข้ารับบริการจะไม่เจ็บ
  • เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะไม่ทำให้เกิดรอยแผล
  • หลังทำผิวจะไม่เกิดอาการไหม้
  • หลังทำจะไม่เกิดสะเก็ดตามมา
  • สามารถเห็นผลได้ทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • สามารถช่วยปรับสภาพผิวเพื่อให้มีการเผยความกระจ่างใส
  • ตัวเครื่องสามารถกระตุ้นการฟื้นฟูผิว ช่วยกระตุ้นกระบวนการในการสร้าง Collagen

บทความแนะนำ