อีเมล์

[email protected]

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ทำจมูก

หลายคนอาจมีความคิดที่อยากจะทำจมูกเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองและยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ซึ่งงานบางประเภทจะต้องอาศัยบุคลิกลักษณะภายนอก การทำจมูกจึงเป็นตัวช่วยที่จะเพิ่มให้บุคลิกภาพของผู้ที่ทำดูดีขึ้นและยังเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงานอีกด้วย ก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมจมูกนั้นผู้เข้ารับบริการควรที่จะศึกษาถึงรายละเอียดในการทำและสถานบริการที่จะต้องมีความปลอดภัย ก่อนที่จะทำต้องเตรียมตัวอย่างไร หลังทำควรปฏิบัติตัวอย่างไร วันนี้เราขอนำเสนอ ดังนี้

เสริมจมูกมีกี่แบบ

เสริมแบบเปิด (Open Rhinoplasty) หรือที่เรียกว่า “เสริมจมูกแบบโอเพ่น”

วิธีศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูกและกรีดผ่าเป็นแนวดิ่งจนเห็นแกนจมูก แยกผิวหนังออกจากโครงสร้างของจมูก และทำการปรับแต่งโครงสร้างเดิมที่มีปัญหาก่อนการเสริมจมูก

การเสริมจมูกแบบนี้เหมาะกับผู้เข้ารับบริการที่ต้องการแก้ไขจมูก หรือผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกเดิม เช่น จมูกคดเบี้ยว มีฮัมพ์ จมูกสั้นเหมือนหมู การเสริมจมูกแบบโอเพ่นสามารถเสริมด้วยซิลิโคน ปรับโครงสร้างจมูก และรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศัลยแพทย์

เสริมแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

เป็นการเปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกเพื่อสร้างช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกแล้วใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดพร้อมกับตกแต่งโครงสร้างภายในจมูกและปลายจมูก แผลเปิดนี้อาจเปิดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

การเสริมจมูกแบบนี้จะเหมาะสำหรับ ผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกไม่มากนัก เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียว หรือร่วมกับการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมีแบบใดบ้าง

  1. กระดูกอ่อน

อย่างแรกเป็นวัสดุจากในร่างกายของเรา  ซึ่งเราเรียกวัสดุแบบนี้ว่า Autograft  ยกตัวอย่างเช่น กระดูกอ่อนในร่างกายมนุษย์ ส่วนใหญ่จะนำมาใช้กับผู้ที่ต้องการปรับแต่งจมูก ไม่ว่าจะจมูกหัก จมูกแหว่ง หรือได้รับการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจมูก เป็นต้น กระดูกอ่อนบริเวณที่นิยมใช้ก็ได้แก่ กระดูกอ่อนบริเวณซี่โครง กระดูกอ่อนของใบหู กระดูกอ่อนในจมูกเราเอง เป็นต้น

  1. ซิลิโคน

ซิลิโคน เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการเสริมจมูก โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญก่อนที่จะเลือกซิลิโคน ได้แก่ เกรดของซิลิโคน แหล่งผลิต และรูปแบบของซิลิโคน ซึ่งจะแบ่งย่อย ๆ ออกดังนี้

  • ซิลิโคนแบบสำเร็จรูป

ข้อดีของการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแบบสำเร็จรูป คือ จะได้รูปทรงที่แน่นอน มีโอกาสที่จะเบี้ยว หรือเอียงน้อย แต่แพทย์จะปรับแต่งรูปทรงได้เล็กน้อยเท่านั้น ทำให้อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

การเลือกรูปทรงจมูกของซิลิโคนแบบสำเร็จรูป รวมไปถึงลักษณะความอ่อน-แข็งของเนื้อซิลิโคนจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ฐานจมูกเดิม และความต้องการของผู้เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูก

  • ซิลิโคนแบบแท่ง หรือแบบเหลาเอง

ซิลิโคนแบบแท่ง หรือแบบเหลาเอง แพทย์จะต้องนำมาเหลาขึ้นรูปเอง ทำให้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับจมูกทุกรูปหน้า แต่ใช้เวลานาน และจะต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้จมูกเบี้ยวได้

ซิลิโคนแบบแท่งยังแบ่งย่อยอีก 4 ชนิด ตามลักษณะความอ่อน-แข็งของซิลิโคน ได้แก่ แข็ง (Hard) แข็งปานกลาง (Medium) นุ่ม (Soft) และนุ่มมาก (Ultra Soft)

ก่อนเข้ารับการเสริมจมูกต้องเตรียมตัวอย่างไร

  • งดสูบบุหรี่
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอลในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น
  • ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ ไม่ว่าจะดีงามในสามโลกไหน ก็เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้าหมอไม่รักเพราะผ่าตัดยากแถมหลังผ่าจะเหมือนโดนรุมต่อยมา
  • งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงอาหารทะเล หากสามารถงดได้ล่วงหน้า แนะนำให้งด

หลังทำจมูกต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

  1. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อลดอาการบวมและอาการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้น หากมีประวัติแพ้ยาชนิดใดควรรีบแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  2. หมั่นประคบเย็นในบริเวณข้างแก้มและหน้าผาก วิธีประคบเย็นที่ถูกต้องคือวางเจลเย็นหรือผ้าเย็นบริเวณข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง และบริเวณหน้าผาก ซึ่งไม่ควรลงน้ำหนักมือมากเกินไปเนื่องจากจะทำให้เกิดอาการช้ำได้ และห้ามกดทับบริเวณจมูกเพราะอาจทำให้ซีลิโคนไม่เข้าที่หรือผิดรูป
  3. ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด เช็ดทำความสะอาด และงดแต่งหน้าเป็นเวลา 7 วัน หลังการผ่าตัด 7 วันแรกแนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาด อย่าให้แผลโดนน้ำ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า ส่วนคนผิวมันอาจจะใช้คลีนซิ่งสำหรับคนผิวมันเช็ดทำความสะอาดเพื่อลดแบคทีเรียบนใบหน้าร่วมด้วยได้
  4. ใช้หมอนรองคอ เลี่ยงการนอนราบหรือตะแคง ซึ่งการใช้หมอนรองคอจะช่วยประคองรูปทรงของจมูกไม่ให้บิดเบี้ยวหรือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง หากนอนหงายอาจจะทำให้เลือดไหลย้อนไปคั่งบริเวณดวงตาได้ ส่วนการนอนตะแคงอาจทำให้จมูกเสียทรง
  5. งดของหมักดอง ไข่ไก่ อาหารทะเล และแอลกอฮอล์เป็นเวลาอย่างต่ำ 1 เดือน ทางที่ดีควรเลือกทานอาหารอ่อน ๆ ก่อนประมาณ 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน เพื่อความปลอดภัย
  6. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการทำให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือน เพราะอาจทำให้จมูกผิดรูปได้
  7. เช็ดทำความสะอาดแผลด้วยคอตตอนบัดหลังตัดไหม โดยมากจะอยู่ที่ประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากผ่าตัด วิธีทำความสะอาดหลังการตัดไหมคือ ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาด และไม่ควรเช็ดแรงจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้แผลแห้งช้าลงอีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดน้ำมูกไหล เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

บทความแนะนำ