อีเมล์

[email protected]

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

กลิ่นตัว สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าจะมีวิธีดูแลตนเองอย่างไร ที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เชื่อว่าการเกิดกลิ่นตัว ดูดไขมันราคา เป็นปัญหาสำหรับใครหลาย ๆ คนที่อาจแก้ไขแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน จึงต้องศึกษาหารายละเอียดเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาหรือลดกลิ่นตัว pantip ลงได้บ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่นเป็นอย่างดี การเกิดกลิ่นตัว ทำให้รู้สึกไม่มีความมั่นใจในตนเอง วิตกกังวลอยู่เสมอว่า กลิ่นตัวจะไปรบกวนผู้อื่นหรือคนรอบข้างเราหรือไม่ ทำให้ผู้อื่นมองเราในแง่ลบ ทำให้ภาพลักษณ์ลดลงได้หากยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ถือเป็นสิ่งที่คุณต้องหาวิธีจัดการอย่างดีที่สุด เพื่อให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ของคุณเป็นไปอย่างไร้ปัญหากลิ่นตัวมารบกวนอีกต่อไป

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

กลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น (apocrine gland) ซึ่งพบมากที่บริเวณรักแร้และหัวหน่าว ต่อมกลิ่นพบได้ตั้งแต่เกิดแต่จะเริ่มทำงานในช่วงวัยรุ่น มีหน้าที่ในมนุษย์คือการสร้างกลิ่นซึ่งเป็นลักษณะทางเพศแบบหนึ่ง สารที่หลั่งจากต่อมกลิ่นประกอบด้วย กรดไขมันหลายชนิด (fatty acid, sulfanyl alkanols และ steroid ) มีลักษณะเหลวข้นไม่มีกลิ่น เมื่อหลั่งออกมาด้านนอกของผิวหนังสารดังกล่าวจะถูกเชื้อแบคทีเรีย (Corynebacteria spp.) เปลี่ยนให้เป็นสารที่มีกลิ่นซึ่งคือแอมโมเนียและกรดไขมันสายสั้น

การรักษาและป้องกันการมีกลิ่นตัว

  1. การรักษาสุขอนามัยให้สะอาด การล้างบริเวณรักแร้บ่อย ๆ ด้วยน้ำสะอาดจะลดปริมาณสารก่อกลิ่นที่หลั่งจากต่อมกลิ่นได้ การล้างด้วยสบู่ฆ่าเชื้อจะช่วยลดปริมาณแบคทีเรียแต่ไม่ควรล้างบ่อยเพราะอาจเกิดการระคายเคือง
  2. หลีกเลี่ยงภาวะที่ร้อนจัด ภาวะอับชื้น เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหงื่อออกมามากจนผิดปกติและทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้
  3. การใช้ยาระงับกลิ่นกาย (deodorants)  ซึ่งจะมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น สารลดเหงื่อ สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สารลดกลิ่นที่สร้างขึ้น และน้ำหอมจะช่วยลดกลิ่นตัว pantip ได้
  4. การใช้ยาระงับเหงื่อ (antiperspirants) ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของโลหะเช่น อลูมิเนียมคลอไรด์ ( aluminium chloride) ซึ่งจะไปอุดท่อต่อมเหงื่อ ลดการหลั่งเหงื่อ ทำให้ผิวหนังแห้งและแบคทีเรียที่ก่อกลิ่นตัวเติบโตไม่ดี สามารถช่วยลดกลิ่นตัวได้
  5. การใช้น้ำหอมฉีดพ่นเพี่อกลบกลิ่นตัว แต่ต้องระวังการผื่นแพ้น้ำหอมที่อาจเกิดได้
  6. การโกนขนบริเวณรักแร้เพื่อป้องกันแบคทีเรียและการสะสมของสารก่อกลิ่น
  7. สบู่ฆ่าเชื้อ เพื่อลดแบคทีเรีย
  8. การฉีดโบท็อก เพื่อลดการสร้างสารก่อกลิ่น
  9. การผ่าตัดเอาต่อมกลิ่นออก เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี แต่อาจมี ผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น มีแผลเป็น การติดเชื้อ เป็นต้น

สมุนไพรรักษากลิ่นตัว

  1. ขิง

ขิง มีสรรพคุณช่วยต้านแบคทีเรีย จึงช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่อาจเกิดบนผิวกายได้ โดยวิธีใช้ขิงดับกลิ่นตัวก็เพียงบดขิงแห้งให้เป็นผง แล้วนำมาผสมกับเบกกิ้งโซดาในปริมาณเท่า ๆ กัน จากนั้นนำมาทาเป็นแป้งที่ใต้วงแขน ข้อพับ เพื่อให้ขิงและเบกกิ้งโซดาช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ต้นกำเนิดของกลิ่นกาย แถมขิงยังมีสรรพคุณช่วยลดความอับชื้นได้อีกด้วย

  1. ขมิ้น

ในขมิ้นมีน้ำมันหอมระเหย Tumerone ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี และยังช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน แถมยังช่วยบำรุงผิวได้ด้วย ส่วนวิธีการใช้ขมิ้นดับกลิ่นตัวแนะนำให้นำขมิ้นชันไปตากแห้ง บดเป็นผงแล้วนำมาทาใต้วงแขน หรือบริเวณที่อับชื้นอย่างข้อพับ เท่านี้ก็จะช่วยระงับกลิ่นตัวได้แล้ว

  1. สะระแหน่

สารสกัดจากสะระแหน่ มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงนำสารสกัดจากสะระแหน่ประมาณ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ แล้วลงไปแช่ตัวสัก 5 นาที หรือจะใช้ใบสะระแหน่สดประมาณ 2 กำมือ มาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาผสมเป็นน้ำอาบเพื่อดับกลิ่นตัวก็ได้เช่นกัน

  1. ใบพลู

ใบพลูมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้หลายชนิด โดยวิธีใช้ก็ให้นำใบพลูมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ ทิ้งไว้สักพักแล้วจึงล้างออก

  1. ใบฝรั่ง

นอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แล้ว ใบฝรั่งยังช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน โดยนำใบฝรั่งประมาณ 10 ใบ มาโขลกให้ละเอียดแล้วทารักแร้ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วอาบน้ำให้สะอาด

  1. ตำลึง

เมื่อนำตำลึงมาผสมกับปูนแดงในปริมาณเล็กน้อย จะมีสรรพคุณในการต้านเชื้อแบคทีเรียและระงับกลิ่นกายได้ โดยให้นำต้นตำลึงสด ๆ ประมาณ 1-2 กำมือมาตำจนละเอียด แล้วผสมกับปูนแดงเล็กน้อยพอให้เข้ากันดี จากนั้นนำส่วนผสมมาทาใต้วงแขนทิ้งไว้สักครู่จึงล้างออก แนะนำให้ทำติดต่อกันสัก 1 สัปดาห์  เพื่อช่วยระงับกลิ่นตัวได้ดีขึ้น

  1. เปลือกมังคุด

เปลือกมังคุดมีสารแมงโกสตินที่ช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยวิธีใช้ให้นำเปลือกมังคุดแห้ง 1 ส่วน ต้มกับน้ำ 3 ส่วน จากนั้นเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนปริมาณน้ำลดลงเกินครึ่งแล้วค่อยกรองเอากากออก พอได้น้ำต้มเปลือกมังคุดมาแล้วให้ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตรแล้วใช้อาบน้ำ หรือใช้จะวิธีนำเปลือกมังคุดแห้งประมาณ 1-2 กำมือ มาต้มกับสะอาดเล็กน้อยต้ม ก็จะได้น้ำเปลือกมังคุดเข้มข้น มาใช้ทาบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  1. มะขามเปียก

นอกจากจะมีฤทธิ์กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีแล้ว มะขามเปียกยังจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการหมักหมม อันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ และความอับชื้น โดยวิธีใช้ก็เพียงคั้นน้ำมะขามเปียกปริมาณพอเหมาะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วใช้น้ำมะขามแทนสบู่ตอนอาบน้ำ เน้นบริเวณใต้วงแขนและข้อพับให้มากหน่อย จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด

  1. มะนาว

กรดในน้ำมะนาวจะช่วยลดค่า pH ของผิวใต้วงแขนได้ ส่งผลให้แบคทีเรียเติบโตได้ยาก Liposuction โดยวิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงหั่นมะนาวเป็น 2 ซีก (ตามแนวนอน) จากนั้นคั้นน้ำมะนาว 1 ซีกมาผสมกับน้ำสะอาด 1/2-1 ถ้วยตวง แล้วจัดการทาส่วนผสมให้ทั่ววงแขนหลังอาบน้ำเสร็จเป็นประจำ

บทความแนะนำ เติมไขมันหน้า จากเว็บไซต์ Rattinan.com

บทความแนะนำ