อีเมล์

[email protected]

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ยาแก้โรคกระเพาะ

ทุกคนที่เป็นโรคกระเพาะต่างก็สรรหายามารับประทานกัน ทั้งยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยาสมุนไพรจากธรรมชาติ หรือแม้แต่ยาลูกกลอนที่สามารถทำขึ้นเองจากธรรมชาติ และในปัจจุบันก็มียารักษาโรคกระเพาะมากมายหลายยี่ห้อออกมาจำหน่ายมากมาย และเราจะเลือกยาแก้โรคกระเพาะยี่ห้อไหนดีวันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแน่นอน แต่ก่อนจะไปดูยาแก้โรคกระเพาะเรามาดูสาเหตุและอาการของโรคกระเพาะกันก่อนว่าโรคกระเพาะมีสาเหตุและอาการมาจากอะไรพร้อมแล้วเราไปดูสาเหตุของโรคกระเพาะกันเลยค่ะ

สาเหตุของโรคกระเพาะ

  • เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในเย็บกระเพาะอาหารคือเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) โดยที่สาเหตุนี้จะก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง และต้องรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะจากแพทย์เท่านั้น
  • ความเครียด โดยที่ความเครียดจะไปกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบแบบเฉียบพลัน
  • เกิดจากการรับประทานกลุ่มยาแก้ปวดลดอักเสบทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
  • การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ก็จะทำให้ปวดท้องและกลายเป็นโรคกระเพาะได้

อาการของโรคกระเพาะ

  • คนที่เป็นโรคกระเพาะจะมีอาการปวดบริเวณท้องส่วนบน ตั้งแต่บริเวณใต้ลิ้นปี่ไปจนถึงเหนือสะดือ และอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อได้รับประทานอาหาร
  • อิ่มเร็ว รับประทานอาหารได้ไม่มาก
  • เรอบ่อย มีอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
  • ไม่มีความอยากอาหาร
  • ปวดแสบร้อน จุกหน้าอก

ผู้ป่วยอาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นพัก ๆ แล้วหายไป แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือดหรืออุจจาระเป็นสีดำ หรือมีอาการในช่วงการรับประทานยาสามัญในกลุ่มยาแก้ปวด โดยเฉพาะยาแอสไพริน ยาระงับอาการปวดข้อ ปวดกระดูกต่าง ๆ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายได้ แต่ในกรณีที่ปล่อยให้เกิดมีอาการรุนแรงผู้ป่วยอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนของโรคต่าง ๆ ได้ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของโรคมีดังนี้

  • อาจมีเลือดไหลเรื้อรังในช่องท้อง ทำให้เสียเลือดมากผิดปกติจนกลายเป็นโรคเลือดจาง
  • มีอาการเหนื่อยง่าย
  • ในบางรายอาการอาจจะรุนแรงถึงขั้นเลือดจากจาการขาดวิตามินบี 12 ได้เนื่องจากกระเพาะอาหารไม่สามารถผลิตสาร Intrinsic Factor ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการดูดซึมวิตามินบี 12 ได้เพียงพอ และเมื่อดูดซึมวิตามินบี 12 ทำได้น้อยลงจึงส่งผลต่อภาวะโลหิตชนิดรุนแรงนี้ได้

และนอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังอาจจะมีโอกาสเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ ทางที่ดีหากรู้ตัวว่าเป็นโรคกระเพาะก็ควรหายามาทานและรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อจะได้รักษาโรคกระเพาะให้หายขาดได้ และที่สำคัญหากไม่ไปพบแพทย์ก็สามารถหาซื้อยามารับประทานเองได้ หากโรคกระเพาะที่เป็นไม่รุนแรง และเราจะหายาแก้โรคกระเพาะยี่ห้อไหนดีวันนี้เราจะพาคุณไปดู พร้อมแล้วเราไปดูยาแก้โรคกระเพาะยี่ห้อไหนดีกันเลยค่ะ

ยาแก้โรคกระเพาะยี่ห้อไหนดี

ยาเคลือบกระเพาะ หรือยาแก้โรคกระเพาะยี่ห้อไหนดี สามารถแบ่งเป็นกลุ่มหลักได้ 3 กลุ่มดังนี้

ยาลดกรด (Antacids)

ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้มีฤทธิ์เป็นด่าง ใช้หลักการของการนำด่างมาปรับให้ความเป็นกรดในกระเพาะน้อยลง โดยมีตัวยาหลัก 2 ชนิด คือ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Aluminium Hydroxide) และ แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Magnesium Hydroxide) หรืออาจผสมกับยาตัวอื่นอย่างไซเมทิโคน (Simethicone) ที่ช่วยในการขับลม เป็นต้น ยารักษาโรคกระเพาะกลุ่มนี้มีทั้งรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน ยาเม็ดแบบเคี้ยว หรือยาเม็ดแบบกลืน หาได้ง่ายตามร้านยาทั่วๆไปและมีราคาถูก สามารถบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่มีฤทธิ์คงอยู่ไม่นาน ผลข้างเคียงต่ำแต่อาจเกิดอาการท้องร่วง ท้องผูก อาการท้องอืด ได้ในบางราย มีข้อควรระวังการใช้ในเด็ก คนป่วยโรคตับและไต

ยาเพิ่มความต้านทานของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้ได้แก่

ซูคราลเฟท (Sucralfate) ออกฤทธิ์เป็นเมือกปกคลุมแผลในกระเพาะ และออกฤทธิ์ได้เป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมง โดยอาศัยภาวะกรดในการออกฤทธิ์ จึงห้ามใช้ร่วมกับยาลดกรด

บิสมัธซับซาลิไซเลท (Bismuth Subsalicylate) ออกฤทธิ์จับกับแผลในกระเพาะ และกระตุ้นการหลั่งเมือกเคลือบภายในกระเพาะ ถ้าเกิดใช้เป็นเวลานานอาจจะเป็นผลให้อุจจาระเป็นสีดำได้

ยายับยั้งการหลั่งกรด (Antisecretory Drugs) ยารักษาโรคกระเพาะอักเสบกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามกลไกการออกฤทธิ์ ดังต่อไปนี้

ยากลุ่มยับยั้งตัวรับฮิสทามีนประเภทที่ 2 (H2-receptor antagonist) ยาจะออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับ (H2 receptor)ของเซลล์รอบ ๆ กระเพาะ ทำให้มีการหลั่งกรดในกระเพาะลดน้อยลง ยาที่นิยมใช้ ได้แก่ ไซเมททิดีน (Cimetidine) รานิทิดีน (Ranitidine) และฟาโมทิดีน (Famotidine) ยาทุกตัว มีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน และมีราคาถูก ผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มึนงง สำหรับไซเมททิดีน อาจเกิดจากอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ คือ มีผื่นขึ้น ในเพศชายอาจมีอาการเต้านมโตขึ้น (gynecomastia) จึงนิยมใช้ รานิทิดีน และฟาโมทิดีน มากกว่าไซเมททิดีน

ยากลุ่มยับยั้งโปรตอนปัมพ์ (Proton pump inhibitors)

เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ Proton pump หรือ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี Hydrogen/Potassium Adenosine Triphosphatase ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ในขั้นตอนการผลิตกรดในกระเพาะ ส่งผลให้การสร้างกรดดำเนินต่อไปไม่ได้ ยากลุ่มนี้จะมีคุณภาพการลดกรดดีมากกว่ายากลุ่มแรก และยับยั้งการหลั่งกรดได้อย่างยาวนานทั้งวัน ตัวอย่างยาที่มักใช้กัน ดังเช่น Omeprazole, Lanzoprazole, Pantoprazole, Rabeprazole และ Esomeprazole ยาในกลุ่มนี้ทุกตัว มีคุณภาพสำหรับในการลดกรดใกล้เคียงกัน แตกต่างที่ราคา ซึ่งที่นิยมใช้กันมากที่สุด Omeprazole เพราะมีราคาต่ำที่สุด แต่อาจมีปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น Diazepam และก็ Warfarin เป็นต้น จึงค่อยเริ่มใช้ยาชนิดอื่นเมื่อใช้ยา Omeprazole ไม่ได้ ผลกระทบของยากลุ่มนี้เช่น ปวดท้อง ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

ยาแก้โรคกระเพาะ เหล่านี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดและร้านขายยาทั่วไป หากอาการไม่รุนแรงก็สามารถใช้ยาเหล่านนี้ในการรักษาโรคกระเพาะได้ แต่หากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

บทความแนะนำ